จังหวัดสุรินทร์
ได้รับการสันนิษฐานจาก
นักประวัติศาสตร์ว่า
พื้นที่อันเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์มีชุมชนอาศัยอยู่เมื่อประมาณ 2,000
ปีล่วงมาแล้ว พบหลักฐานการอยู่ของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
ยุคโลหะตอนปลาย ซึ่งมีการใช้เครื่องมือเหล็กแล้ว
ซึ่งยังปรากฏให้เห็นชุมชนโบราณกว่า 59 แห่ง
จากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีอาณาเขตต่อเนื่องกับพื้นที่ที่เคยเป็นอาณาจักรขอม
โบราณ
ทำให้ชุมชนในจังหวัดสุรินทร์ได้รับวัฒนธรรมขอมมาโดยตลอดตั้งแต่ในช่วงพุทธ
ศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลง
ไม่ปรากฏหลักฐานเด่นชัดที่แสดงถึงการอยู่อาศัยของชุมชนในสมัยต่อมา
ดอกกันเกรา
ดอกไม้ประจำจังหวัดสุรินทร์
หมู่บ้านช้างตากลาง
หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่ ม.ที่ 9 และะ 13 บ้านตากลาง
ต.กระโพ อ.ท่าตูม อยู่ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ไปทางทิศเหนือ
ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 214 (สุรินทร์-ร้อยเอ็ด) ก่อนถึงอำเภอท่าตูม
จะมีทางแยกซ้ายตรงหลักกิโลเมตรที่ 36 เข้าปากทางบ้านกระโพ
ตรงเข้าไปตามถนนราดยางอีกประมาณ 22 กิโลเมตร
ก็จะถึงเขตหมู่บ้านพื้นที่ส่วนใหญ่ในเขตนี้จะเป็นที่นาและป่าละเมาะสลับกับ
ป่าโปร่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด
บริเวณนี้จึงเหมาะสมกับการเลี้ยงช้างอย่างที่สุด
ชาว
บ้านตากลางดั้งเดิมเป็นชาวส่วยหรือกูยหรือกวยที่มีความชำนาญในการคล้องช้าง
ป่า ฝึกหัดช้าง และเลี้ยงช้าง
ส่วนมากต้องเดินทางไปคล้องช้างบริเวณชายแดนต่อเขตประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย
ปัจจุบันสภาวะการเมืองระหว่างประเทศทำให้ชาวบ้านตากลางไม่สามารถไปคล้องช้าง
เช่นแต่ก่อนได้
แต่ชาวบ้านตากลางยังคงเลี้ยงช้างและฝึกช้างเพื่อไปร่วมแสดงในงานช้างของ
จังหวัดทุกปี
การเลี้ยงช้างของชาวบ้านตากลางไม่เหมือนการเลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อน
นอนร่วมชายคาเดียวกับตน ดังนั้นถ้าท่านได้ไปที่บ้านตากลาง
นอกจากจะได้เห็นสภาพโรงช้างดังกล่าวแล้ว
ยังจะได้สัมผัสการดำรงชีวิตของชาวส่วยพร้อมทั้งจะได้พบปะพูดคุยกับหมอช้าง
ที่มีประสบการณ์ในการคล้องช้างมาแล้วหลายครั้งได้ตลอดเวลา
และยังสามารถเดินทางชมจุดบริเวณที่แม่น้ำชีและแม่น้ำมูลไหลมารวมกัน
ซึ่งห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร
มีทัศนียภาพที่งดงามน่าพักผ่อนหย่อนใจและชวนให้ศึกษาในเชิงของธรรมชาติด้วย